เมื่อพูดถึง สตาร์วอร์ (Star Wars) หลายคนมักนึกถึงดาบเลเซอร์ พลัง Force และการต่อสู้ในอวกาศระหว่างฝ่ายเจไดกับซิธ แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของจักรวาลนี้จริง ๆ แล้วคือเรื่องราวของครอบครัว การเลือกเส้นทางชีวิต และสงครามที่เปลี่ยนชะตากรรมของทั้งกาแล็กซี บทความนี้จะพาไปรู้จัก ประวัติ Star Wars พร้อมลำดับเหตุการณ์ของหนังทั้งหมด แบบอ่านง่าย เหมือนมีคนเล่าให้ฟังตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Anakin Skywalker ไปจนถึงยุคของ Rey

ก่อนจะเข้าสู่ลำดับเหตุการณ์ของเรื่องราวในจักรวาล เราต้องย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นในโลกจริงก่อน เพราะ Star Wars เริ่มต้นจากไอเดียของผู้กำกับคนหนึ่งที่อยากสร้างหนังผจญภัยในอวกาศแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
Star Wars ถูกสร้างโดย George Lucas และภาพยนตร์เรื่องแรกออกฉายในปี 1977 ใช้ชื่อว่า Star Wars ก่อนที่จะถูกเรียกภายหลังว่า Episode IV: A New Hope หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์ระดับโลก หลังจากนั้น Lucas จึงขยายเรื่องราวให้กลายเป็นมหากาพย์ 9 ภาค ที่เรียกว่า Skywalker Saga แม้หนังจะถูกสร้างออกมาคนละช่วงเวลา แต่เรื่องราวในจักรวาลจริง ๆ มีลำดับเหตุการณ์ที่ชัดเจน ซึ่งเราสามารถเรียงได้ตามเวลาในเรื่อง

ถ้าอยากเข้าใจ ประวัติ Star Wars แบบครบถ้วน การดูตามลำดับเหตุการณ์จะช่วยให้เห็นพัฒนาการของตัวละครและสงครามในกาแล็กซีได้ชัดขึ้น
เรื่องราวเริ่มต้นในช่วงที่ สาธารณรัฐกาแล็กซี ยังปกครองจักรวาล และเหล่าเจไดยังคงทำหน้าที่รักษาความสงบ เจไดชื่อ Qui-Gon Jinn และ Obi-Wan Kenobi ได้พบเด็กชายทาสคนหนึ่งบนดาว Tatooine ชื่อ Anakin Skywalker Anakin มีความสามารถใช้พลัง Force สูงมากจน Qui-Gon เชื่อว่าเขาอาจเป็น “ผู้ถูกเลือก” ที่จะนำสมดุลมาสู่พลัง Force
หลายปีต่อมา Anakin เติบโตขึ้นเป็นเจไดฝึกหัด และเริ่มมีความสัมพันธ์กับ Padmé Amidala ในช่วงเวลาเดียวกัน ความขัดแย้งทางการเมืองในกาแล็กซีรุนแรงขึ้น จนเกิดสงครามครั้งใหญ่ที่เรียกว่า Clone Wars สงครามนี้ทำให้สาธารณรัฐเริ่ม อ่อนแอ และเปิดทางให้ Chancellor Palpatine สะสมอำนาจมากขึ้น
นี่คือเหตุการณ์สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของประวัติ Star Wars Palpatine เปิดเผยตัวว่าเป็น Sith Lord และชักจูง Anakin ให้หันเข้าสู่ด้านมืดของ Force โดยสัญญาว่าจะช่วยเขาปกป้องคนที่รักได้ สุดท้าย Anakin ทรยศต่อเจได และกลายเป็น Darth Vader Palpatine จัดตั้ง Galactic Empire และสั่งกำจัดเจไดทั่วทั้งกาแล็กซี ทำให้ยุคของเจไดเกือบสูญพันธุ์
แม้จะไม่ใช่ภาคหลักของ Skywalker Saga แต่เหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญคือ
เรื่องราวของกลุ่มกบฏที่พยายามขโมยแผนผังของ Death Star อาวุธทำลายดาวเคราะห์ของจักรวรรดิ ภารกิจนี้ทำให้กองกำลังกบฏสามารถค้นหาจุดอ่อนของ Death Star และนำไปสู่เหตุการณ์ใน Episode IV
หลายปีหลังจากจักรวรรดิขึ้นครองอำนาจ เรื่องราวก็เริ่มต้นอีกครั้งกับเด็กหนุ่มบนดาวทะเลทราย
ตัวละครหลักของภาคนี้คือ Luke Skywalker เขาได้พบกับ Obi-Wan Kenobi และเรียนรู้เกี่ยวกับพลัง Force ระหว่างการผจญภัย Luke ได้ร่วมมือกับ Princess Leia และ Han Solo พวกเขาช่วยกันโจมตี Death Star และทำลายมันสำเร็จ นี่เป็นชัยชนะครั้งแรกของฝ่ายกบฏเหนือจักรวรรดิ
จักรวรรดิยังคงแข็งแกร่งและเริ่มไล่ล่ากองกำลังกบฏอย่างหนัก Luke เดินทางไปฝึกพลัง Force กับ Yoda บนดาว Dagobah เพื่อเตรียมตัวเผชิญหน้ากับ Darth Vader ช่วงท้ายของเรื่อง Vader เปิดเผยความจริงที่ทำให้ Luke ช็อกที่สุด เขาคือพ่อของ Luke นั่นเอง
Luke เชื่อว่าพ่อของเขายังมีด้านดีอยู่ และพยายามช่วยเขาให้กลับมาสู่ด้านสว่าง ในที่สุด Darth Vader ก็หันหลังให้จักรพรรดิ Palpatine เพื่อช่วยลูกชายของเขา จักรวรรดิถูกโค่นล้ม และกาแล็กซีได้รับอิสรภาพอีกครั้ง
แม้จักรวรรดิจะล่มสลาย แต่ความขัดแย้งในจักรวาลยังไม่จบ หลายสิบปีต่อมา กลุ่มที่เรียกว่า First Order ได้ก่อตัวขึ้นแทนจักรวรรดิ
เรื่องราวแนะนำตัวละครใหม่ เช่น Rey, Finn และ Kylo Ren ส่วน Rey เป็นหญิงสาวจากดาว Jakku ที่ค้นพบว่าตัวเองมีพลัง Force ที่แข็งแกร่งมาก
Rey ได้รับการฝึกฝนจาก Luke Skywalker แต่ Luke เองก็ต้องเผชิญกับความผิดพลาดในอดีต ขณะเดียวกัน Kylo Ren ก็พยายามสร้างเส้นทางของตัวเองระหว่างด้านสว่างและด้านมืด
บทสรุปของ Skywalker Saga จักรพรรดิ Palpatine กลับมาอีกครั้ง และ Rey ต้องเผชิญหน้ากับเขาเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามของกาแล็กซี ในตอนจบ Rey เลือกใช้นามสกุล Skywalker เพื่อสืบทอดตำนานของเจได
แม้ Skywalker Saga จะจบลง แต่จักรวาล Star Wars ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ซีรีส์ใหม่หลายเรื่องช่วยเติมเต็มเหตุการณ์ระหว่างช่วงเวลาต่าง ๆ ของกาแล็กซี ซีรีส์เหล่านี้ทำให้จักรวาล Star Wars ยังคงเติบโต และมีเรื่องใหม่ให้แฟน ๆ ติดตามอยู่เสมอ เช่น

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวมหากาพย์ของตระกูล Skywalker ที่ส่งผลต่อชะตากรรมของทั้งกาแล็กซี และนั่นคือเหตุผลที่ สตาร์วอร์ (Star Wars) ยังคงเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจนถึงทุกวันนี้